รมว. สรวงศ์ เคาะ! ไทม์ไลน์ปักหมุดสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยแผนโครงการก่อสร้างกระเข้าไฟฟ้าภูกระดึง คาด ใช้งบราว 1 พันล้านบาท ยัน เริ่มก่อสร้าง ก.ย. 69 พร้อมเปิดใช้งานฤดูหนาว ปี 70
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึง โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงนี้ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้แนวทาง “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” เพราะการเข้าถึงธรรมชาติ คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งการออกแบบกระเช้าไฟฟ้า ไม่ได้คำนึงเพียงแค่การ อำนวยความสะดวก แต่เป็นเครื่องมือของการอนุรักษ์ที่จะลดการเดินเท้าในเขตเปราะบาง
ลดการพักแรมบนภู ลดขยะ ลดภาระของเจ้าหน้าที่ และลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ เป็นการเข้าถึงโดยไม่สัมผัสโดยตรง อนุรักษ์ภูกระดึงด้วยเทคโนโลยีที่เคารพธรรมชาติ
กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงไม่ใช่แค่สร้าง แต่สร้างอย่างรับผิดชอบสิ่งสำคัญอันดับแรกของโครงการฯ คือ สิ่งแวดล้อมต้องมาก่อน โดยการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงนั้น มีพื้นที่โครงการส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1A ซึ่งถือเป็นพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ โครงการนี้จึงต้องผ่านการจัดทำ EIA อย่างเข้มข้น และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายหรือกฎระเบียบ ให้ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม สุขภาพ และชุมชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส และมีส่วนร่วม ออกแบบโดยไม่รบกวนธรรมชาติ โดยยึดแนวคิด Minimum Intervention คือ สถานีและเส้นทางกระเช้าถูกเลือกให้กระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุดและเมื่อกระเช้าพร้อมใช้งาน แนวโน้มการพักแรมบนยอดภูจะลดลงซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว รวมถึงปริมาณขยะตกค้างที่มีแนวโน้มลดลงด้วย
สำหรับการก่อสร้างกระเช้าดังกล่าว เบื้องต้นได้มีการใช้งบประมาณไปแล้ว 25.4 ล้านบาท ในการศึกษาและออกแบบการสร้างกระเช้า ซึ่ง อพท. ได้ประเมินงบการก่อสร้างทั้งโครงการ อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท โดยเป็นงบประมาณที่อยู่ในแผนแล้ว และสำหรับการสร้างกระเช้าดังกล่าง เป็นนโยบายในการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่วนอัตราค่าโดยสาร เบื้องต้นอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการดำเนินงานทางธุรกิจ แต่ยืนยันว่าประชาชนทุกส่วนจะต้องเข้าถึงได้
นายสรวงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระเช้าไฟฟ้าดังกล่าว จะช่วยยกระดับเศรษกิจ และแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย ช่วยกระจายรายได้จากยอดภูลงสู่ชุมชนตีนภู เพราะนักท่องเที่ยวจะสามารถขึ้นไปชื่นชมธรรมชาติบนยอดภู และลงมาตีนภูได้ในวันเดียวกัน จึงกลายเป็นโอกาสของชุมชนโดยรอบตีนภูในการประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ อพท. ยังมีแผนดูแลกลุ่มลูกหาบโดยจัดสรรพื้นที่พาณิชย์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม และยังสามารถใช้กระเช้าไฟฟ้า เป็นเส้นทางช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน ทั้งนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ และแม้แต่สัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นการพาผู้บาดเจ็บลงจากภู ลำเลียงอุปกรณ์ดับไฟป่า หรือช่วยสัตว์ที่บาดเจ็บจากกับดัก โครงสร้างพื้นฐานนี้สามารถลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของแผนการออกแบบและก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ระบุว่า การก่อสร้างจะแบ่งเป็น 8 ขั้นตอน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระยะ
- ระยะที่ 1 (ขั้นตอนที่ 1-3) ระยะเวลาการดำเนินงานโดยประมาณ 10 เดือน คือ ช่วงพฤษภาคม 2568 – มีนาคม 2569 จะเป็นส่วนของการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด โดยศึกษาครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม สุขภาพ และวิถีชุมชน มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเปิดกว้าง รวมถึงภาคประชาสังคมอย่างเต็มที่
- ระยะที่ 2 (ขั้นตอนที่ 4-6) ระยะเวลาการดำเนินงานโดยประมาณ 5 เดือน ช่วงเมษายน - สิงหาคม 2569 เข้าสู่กระบวนการยื่นเสนอรายงาน EIA ซึ่งจะต้องทำการเสนอกับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ล้วนประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นอิสระและมีความเป็นกลางอย่างสูงในการพิจารณา ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รวมถึงขออนุญาตการก่อสร้างต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- ระยะที่ 3 (ขั้นตอนที่ 7-8) ระยะเวลาการดำเนินงานโดยประมาณ 15 เดือน ช่วงกันยายน 2569 – พฤศจิกายน 2570 เข้าสู่ขั้นตอนของการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างโดยประมาณ 12 เดือน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB